Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

ลดอาการบวมน้ำด้วยตัวช่วยจากผักและผลไม้

6 ก.ค. 2564



เคยลองสังเกตตัวเราเวลาตื่นนอนขึ้นมากันบ้างไหมค่ะ?

ว่าตื่นขึ้นมาทำไมรู้สึกใบหน้า ฝ่ามือ เท้า และตัวของเราดูบวมๆ อืดๆ หรือรู้สึกเหมือนว่าน้ำหนักขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้าจะเกิดอาการก็รับประทานอาหารปกติ แต่พอสักพักอาการบวมต่างๆก็ยุบหายไปได้เอง

 

ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดจากการบวมน้ำก็เป็นได้ และหลายท่านก็มักจะมีความเข้าใจผิดว่าอาการบวมน้ำเกิดจากการดื่มน้ำมากเกินไป ซึ่งจริงๆแล้วการดื่มน้ำจะช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกายและกระตุ้นการขับถ่ายให้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยลดปริมาณโซเดียมในร่างกายของเราผ่านการขับถ่ายทางปัสสาวะได้อีกด้วย

 

อาการบวมน้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเช่น

1.จากอาการเจ็บป่วย หรือ การแพ้ยาบางชนิด 

2.พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีรสจัดหรือมีส่วนผสมของโซเดียมมากเกินไป โดยเฉพาะรสเค็มจัดและเผ็ดจัด เพราะเกลือมีส่วนในการเพิ่มปริมาณของเหลวในร่างกาย จึงส่งผลทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้

3.การนั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อน

4.การตั้งครรภ์

5.สำหรับสุภาพสตรีมักจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือมีการเปลี่ยนเเปลงของฮอร์โมน

 

สังเกตยังไงว่าเป็นอาการบวมน้ำหรืออ้วน?

-อาการบวมน้ำจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นและลดลงหายเองได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ยังรับประทานอาหารเป็นไปตามปกติ 

-โรคอ้วน จะมีน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ และลดลงยากกว่าอาการบวมน้ำ เนื่องจากโรคอ้วนเกิดจากการสะสมของปริมาณไขมันในร่างกายมากเกินความจำเป็นและไม่ค่อยได้ถูกการเผาผลาญออกจากร่างกายผ่านการทำกิจกรรมต่างๆเช่น การออกกำลังกาย เป็นต้น

 

ทั้งนี้สามารถทดสอบอาการบวมน้ำเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยใช้นิ้วกดลงตรงบริเวณที่บวมค้างไว้นานประมาณ 10-15 วินาที หากกดลงไปและเป็นรอยนิ้วบุ๋มลงไปเรียกว่าอาการบวมน้ำ แต่ถ้ากดลงไปและรู้สึกแน่นหรือตึงจะเรียกว่าโรคอ้วน

 

วิธีรักษาของอาการบวมน้ำ

จะเป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งหากอาการบวมที่ปรากฏไม่รุนแรงมากนัก ผู้ป่วยก็อาจบรรเทาอาการดังกล่าวเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง เช่น

-รับประทานอาหารที่ให้คุณประโยชน์ โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทสำเร็จรูปหรืออาหารรสเค็มจัด 

-งดการสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์

-เปลี่ยนอิริยาบถท่าทางบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณขา 

-ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย

-ดูแลผิวบริเวณที่มีอาการบวมให้สะอาดและชุ่มชื้นอยู่เสมอ 

-ยืดเหยียดอวัยวะบริเวณที่มีอาการบวมให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจประมาณ 2-3 ครั้ง/วัน

-นวดเพื่อให้แรงกดช่วยกระจายของเหลวส่วนเกินออกจากบริเวณดังกล่าว หรือเข้ารับการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม

 

ประเภทผักและผลไม้ที่ช่วยลดอาการบวมน้ำลงได้ 

-มะเขือเทศ มีโพแทสเซียม ช่วยลดอาการท้องอืดได้โดยการลดระดับโซเดียมในร่างกาย 

ช่วยให้ร่างกายลดความต้องการของเหลวจากแหล่งอาหารอื่น

-แตงกวา มีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยขับน้ำส่วนเกินในร่างกาย ลดอาการบวม และมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลน้ำในร่างกาย รวมถึงช่วยให้ผิวสวย และช่วยในการขับถ่าย 

-อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย ปราศจากฟรุกโตสและซอร์บิทอลซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดท้องอืดและก๊าซ และยังมีเส้นใยที่ละลายน้ำ ช่วยให้การย่อยอาหารของเราดีขึ้น ทำให้ไม่เกิดกรดในกระเพาะอาหาร

-หน่อไม้ฝรั่ง มีกรดอะมิโนแอสพาราจีน มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับน้ำส่วนเกินและขับโซเดียมออกจากร่างกาย 

-กล้วยหอม เป็นแหล่งของไฟเบอร์สูง และ มีวิตามินบี1,บี2 ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการเผาผลาญน้ำตาลและไขมันในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยไม่ให้ตัวบวมจากการสะสมของไขมันส่วนเกินได้

-แตงโม ช่วยลดการสะสมของไขมันไม่ดีในร่างกาย และมีสารอาหารไลโคปีน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็ง และวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา รวมทั้งยังช่วยบำรุงผิวและเส้นผม และช่วยล้างสารพิษในร่างกาย

 

ทั้งนี้หากลองปฏิบัติในเบื้องต้นและยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะอาการบวมน้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากอาการเป็นผลมาจากการใช้ยา แพทย์อาจให้ผู้ป่วยหยุดใช้ยาดังกล่าว เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้



Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.