Bangpakok Hospital

รู้จักขั้นตอนการอุดฟัน ดูแลฟันให้แข็งแรง ยิ้มได้อย่างมั่นใจ

22 ต.ค. 2569

รู้จักขั้นตอนการอุดฟัน ดูแลฟันให้แข็งแรง ยิ้มได้อย่างมั่นใจ

หลายคนอาจรู้สึกกังวลเมื่อต้องเข้ารับการอุดฟัน เพราะกลัวเจ็บหรือไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนการรักษา แต่จริง ๆ แล้ว การอุดฟันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด โดยเป็นวิธีหนึ่งที่ทันตแพทย์ใช้รักษาฟันผุในกรณีที่เหมาะสม ช่วยกำจัดเนื้อฟันที่ผุและเติมวัสดุอุดเพื่อฟื้นฟูรูปร่างและการใช้งานของฟันให้ใกล้เคียงปกติ หากพบว่าฟันมีจุดดำ รอยผุ หรือมีอาการเสียวฟัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะฟันผุอาจลุกลามลึกขึ้นจนส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อภายในฟัน และอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีอื่นที่ซับซ้อนกว่าเดิม การเข้ารับการตรวจจากทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม มาทำความรู้จักกับ 6 ขั้นตอนการอุดฟัน ตั้งแต่การตรวจสภาพฟันไปจนถึงการขัดแต่งฟัน พร้อมดูแลสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง เพื่อรอยยิ้มที่สดใสและความมั่นใจในทุกวัน

6 ขั้นตอนการอุดฟัน มีอะไรบ้าง?


  1. ตรวจสภาพฟัน หาจุดผุและประเมินปัญหา ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟันและช่องปาก เพื่อหาบริเวณที่มีรอยผุ จุดดำ หรือความผิดปกติบนผิวฟัน พร้อมประเมินความลึกและความเสียหายของฟัน ในบางกรณีอาจต้องเอกซเรย์เพิ่มเติม เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพฟันแต่ละซี่
  1. กำจัดเนื้อฟันที่ผุออก เมื่อประเมินสภาพฟันเรียบร้อยแล้ว ทันตแพทย์จะกำจัดเนื้อฟันส่วนที่ผุออก เพื่อหยุดการทำลายเนื้อฟันจากบริเวณดังกล่าว และเตรียมพื้นที่สำหรับการอุดฟัน หากรอยผุลึกหรือผู้เข้ารับบริการมีอาการเสียวฟันมาก ทันตแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา
  1. ทำความสะอาดและเตรียมโพรงฟัน หลังจากกำจัดเนื้อฟันที่ผุแล้ว ทันตแพทย์จะทำความสะอาดบริเวณที่เตรียมไว้ และควบคุมความชื้นให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้วัสดุอุดยึดติดกับฟันได้ดี ในกรณีที่ใช้วัสดุอุดชนิดคอมโพสิต อาจมีการใช้สารปรับสภาพผิวฟันและสารยึดติดตามขั้นตอนของวัสดุที่เลือกใช้
  1. เติมวัสดุอุดลงในโพรงฟัน ทันตแพทย์จะเลือกวัสดุอุดฟันให้เหมาะสมกับตำแหน่งและลักษณะของฟัน จากนั้นเติมวัสดุลงในบริเวณที่เตรียมไว้ โดยวัสดุอุดสีเหมือนฟัน เช่น คอมโพสิตเรซิน สามารถช่วยให้สีของฟันที่อุดดูกลมกลืนกับฟันธรรมชาติ พร้อมปรับรูปทรงให้เหมาะสมกับการใช้งาน
  1. ฉายแสงเพื่อให้วัสดุอุดแข็งตัว สำหรับวัสดุอุดชนิดคอมโพสิตที่ใช้การฉายแสง ทันตแพทย์จะใช้เครื่องฉายแสงเฉพาะทาง เพื่อให้วัสดุแข็งตัวและยึดติดกับฟันตามขั้นตอนที่เหมาะสม ช่วยให้วัสดุอุดคงรูปและพร้อมสำหรับการปรับแต่งในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ วัสดุอุดบางชนิดอาจมีวิธีทำให้แข็งตัวแตกต่างกัน
  1. ขัดแต่งฟัน ตรวจสอบการสบฟัน ขั้นตอนสุดท้าย ทันตแพทย์จะปรับแต่งรูปทรงของวัสดุอุดให้เหมาะสม ขัดผิวให้เรียบเนียน และตรวจสอบการสบฟัน เพื่อไม่ให้วัสดุอุดสูงจนรบกวนการเคี้ยวอาหาร ช่วยให้ฟันกลับมาใช้งานได้อย่างเหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติ

หลังอุดฟัน ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

เพื่อช่วยรักษาสุขภาพฟันและยืดอายุการใช้งานของวัสดุอุด ควรดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยแปรงให้ทั่วถึงทุกซี่
  • ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ เพื่อทำความสะอาดบริเวณซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าถึงได้ยาก
  • ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะการรับประทานจุบจิบตลอดวัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ หากได้รับยาชาหรือมีอาการเสียวฟันหลังอุด ควรระมัดระวังการเคี้ยวอาหารจนกว่าจะกลับมารู้สึกตามปกติ และสอบถามทันตแพทย์หากมีข้อสงสัย
  • ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ เพื่อประเมินสภาพฟัน วัสดุอุด และค้นหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะเริ่มต้น

หากหลังอุดฟันมีอาการปวดมากขึ้น เสียวฟันต่อเนื่องผิดปกติ รู้สึกว่าวัสดุอุดสูงจนกัดไม่ถนัด หรือวัสดุอุดแตกหรือหลุด ควรกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

อย่าปล่อยให้ฟันผุ รอจนปวดแล้วค่อยรักษา

การอุดฟันเป็นหนึ่งในวิธีดูแลและฟื้นฟูฟันที่ผุ โดยเฉพาะเมื่อได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก การใส่ใจสุขภาพฟันจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยให้เรารับประทานอาหารและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ หากสังเกตเห็นจุดดำบนฟัน มีรอยผุ เสียวฟัน หรือรู้สึกผิดปกติขณะเคี้ยวอาหาร ควรเข้ารับการตรวจจากทันตแพทย์ เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพฟันของแต่ละคน

เริ่มต้นดูแลฟันตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีและรอยยิ้มที่สดใสในทุกวัน




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.