Bangpakok Hospital

เรื่องเกี่ยวกับ HPV ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

16 ต.ค. 2569


HPV เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ รู้ทันเชื้อ ป้องกันได้ก่อนเกิดโรค

รู้หรือไม่? เชื้อ HPV ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับมะเร็งปากมดลูก และผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการเลยก็ได้

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อย ติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดบริเวณผิวหนังและเยื่อบุ โดยเฉพาะการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ เชื้อ HPV มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งบริเวณช่องปากและลำคอ

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ การติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะการติดเชื้อส่วนใหญ่สามารถหายได้เอง แต่หากเป็นการติดเชื้อสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง ก็อาจนำไปสู่ความผิดปกติของเซลล์และพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในระยะยาว มาทำความเข้าใจ 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ HPV เพื่อให้รู้เท่าทันเชื้อไวรัสชนิดนี้ และดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

1. HPV มีหลายสายพันธุ์ ไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็งทุกชนิด

เชื้อ HPV มีหลายร้อยสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งอย่างกว้าง ๆ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ เช่น HPV 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ
  • สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปากมดลูก และยังอาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งบริเวณอื่น เช่น ทวารหนักและช่องปากและลำคอ

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดมะเร็งทันที โดยเฉพาะเมื่อร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองในหลายกรณี แต่หากเชื้อสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงยังคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เซลล์เกิดความผิดปกติได้

สิ่งที่ควรรู้: การป้องกัน HPV จึงไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องสุขภาพที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายควรให้ความสำคัญ

 

2. HPV พบได้บ่อยในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ และอาจติดเชื้อได้โดยไม่รู้ตัว

HPV เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ทั่วไปในผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ รวมถึงการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์บางรูปแบบ โดยไม่จำเป็นต้องมีการสอดใส่เสมอไป สิ่งที่ทำให้หลายคนไม่ทันระวังคือ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็น จึงอาจไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อ และสามารถส่งต่อเชื้อให้คู่นอนได้ นอกจากนี้ การตรวจพบเชื้อ HPV ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่าติดเชื้อมาตั้งแต่เมื่อใด

แม้การใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่ไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ทั้งหมด เนื่องจากเชื้ออาจติดต่อผ่านผิวหนังบริเวณที่ถุงยางอนามัยไม่ได้ครอบคลุม

สิ่งที่ควรรู้: การไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเชื้อ การป้องกันและการตรวจคัดกรองที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ


3. HPV อาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนาเป็นมะเร็ง

หลังจากติดเชื้อ HPV ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองในหลายกรณี โดยเฉพาะภายในประมาณ 1–2 ปี แต่หากเป็นการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง เชื้ออาจทำให้เซลล์บริเวณที่ติดเชื้อเกิดความผิดปกติทีละน้อย สำหรับมะเร็งปากมดลูก กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากเซลล์ปกติไปสู่เซลล์ก่อนมะเร็งและมะเร็งมักใช้เวลาหลายปี อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่ได้หมายความว่าผู้ติดเชื้อทุกคนจะพัฒนาเป็นมะเร็ง

การที่โรคอาจใช้เวลานานกว่าจะพัฒนาจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามการตรวจคัดกรอง เพราะสามารถช่วยค้นหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกได้ก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งในหลายกรณี

สิ่งที่ควรรู้: ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการผิดปกติจึงค่อยตรวจ เพราะความผิดปกติในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการเลย


4. การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องสำคัญ แม้ไม่มีอาการ

มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน การตรวจคัดกรองจึงมีบทบาทสำคัญในการค้นหาความเสี่ยงและความผิดปกติก่อนที่โรคจะดำเนินไปมากขึ้น

วิธีตรวจที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่

  • การตรวจ HPV DNA เป็นการตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก
  • การตรวจเซลล์ปากมดลูก (Pap test) เป็นการตรวจหาความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก

แพทย์จะพิจารณาวิธีตรวจและช่วงเวลาที่เหมาะสมตามอายุ ประวัติสุขภาพ และแนวทางการตรวจคัดกรองที่ใช้ในแต่ละบุคคล หากผลตรวจพบความผิดปกติ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งทันที แต่อาจต้องตรวจเพิ่มเติมหรือติดตามตามคำแนะนำของแพทย์ แม้จะไม่มีอาการ เช่น ตกขาวผิดปกติ เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน ก็ไม่ควรละเลยการตรวจคัดกรองตามช่วงเวลาที่เหมาะสม หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรรอถึงวันตรวจคัดกรองครั้งถัดไป

สิ่งที่ควรรู้: การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นการค้นหาความเสี่ยงและความผิดปกติ ไม่ใช่การตรวจยืนยันว่ามีหรือไม่มีมะเร็งทุกชนิด


5. เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ยังควรปรึกษาเรื่องวัคซีน HPV

หลายคนเข้าใจว่าวัคซีน HPV เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็อาจได้รับประโยชน์จากวัคซีนได้เช่นกัน เนื่องจากการเคยติดเชื้อ HPV สายพันธุ์หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะเคยติดเชื้อครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม วัคซีนจึงอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับเชื้อได้ อย่างไรก็ตาม วัคซีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อ HPV ที่มีอยู่แล้ว หรือรักษาความผิดปกติของเซลล์ที่เกิดขึ้นไปแล้วได้

วัคซีน HPV มีหลายชนิดและครอบคลุมสายพันธุ์แตกต่างกัน การเลือกวัคซีนและจำนวนเข็มขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติการฉีดวัคซีน และคำแนะนำทางการแพทย์ โดยทั่วไปการฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์จะให้ประโยชน์ในการป้องกันได้มากที่สุด แต่ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเช่นกัน ที่สำคัญ แม้จะได้รับวัคซีนครบตามกำหนดแล้ว ก็ยังควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำ เพราะวัคซีนไม่ได้ครอบคลุมเชื้อ HPV ทุกสายพันธุ์ที่อาจก่อมะเร็ง

สิ่งที่ควรรู้: วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดความเสี่ยง ส่วนการตรวจคัดกรองยังคงมีความสำคัญในการดูแลสุขภาพระยะยาว


รู้ทัน HPV เริ่มต้นได้จากการป้องกัน

HPV เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อย แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพได้ด้วยการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ได้แก่

  1. พิจารณาฉีดวัคซีน HPV ตามคำแนะนำของแพทย์
  2. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามช่วงอายุและความเหมาะสม
  3. ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ แม้จะไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ทั้งหมด
  4. หากพบความผิดปกติหรือมีอาการที่น่าสงสัย ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน
  5. ไม่ละเลยการติดตามผลตรวจหรือการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์

การรู้จัก HPV อย่างถูกต้องช่วยให้เราตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ทั้งการป้องกันด้วยวัคซีน การตรวจคัดกรอง และการพบแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย เพราะการดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากการรู้เท่าทันความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้

คำแนะนำ: ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองตามอายุและประวัติสุขภาพของแต่ละบุคคล



Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.