Bangpakok Hospital

หลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ได้อย่างไรว่าเริ่มมีความผิดปกติ?

28 ส.ค. 2569

โรคหัวใจขาดเลือด รู้ทันสัญญาณเตือนก่อนสาย

สุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะโรคหัวใจและหลอดเลือดอาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันสังเกต และบางครั้งอาการเตือนในระยะแรกอาจดูคล้ายความเหนื่อยล้าหรืออาการทั่วไปที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การใส่ใจความผิดปกติของร่างกายและไม่ละเลยสัญญาณเตือนต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงแล้ว การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ยังช่วยให้เราทราบถึงปัจจัยเสี่ยงและความผิดปกติบางอย่างได้ตั้งแต่ระยะแรก เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

โรคหัวใจขาดเลือดคืออะไร?

หัวใจจำเป็นต้องได้รับเลือดและออกซิเจนอย่างเพียงพอเพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ตามปกติ โดยมีหลอดเลือดหัวใจทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ

เมื่อหลอดเลือดหัวใจเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน เลือดและออกซิเจนที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจจะลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด ซึ่งอาจแสดงออกด้วยอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก และหากหลอดเลือดเกิดการอุดตันอย่างเฉียบพลัน อาจนำไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

หลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากอะไร?

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือการสะสมของไขมันและสารต่างๆ บริเวณผนังหลอดเลือดเป็นเวลานาน ทำให้หลอดเลือดแข็งและช่องทางเดินเลือดค่อยๆ แคบลง ส่งผลให้เลือดไหลผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ลดลง หากคราบไขมันเกิดการแตกหรือปริออก ร่างกายอาจตอบสนองด้วยการสร้างลิ่มเลือดบริเวณดังกล่าว ซึ่งลิ่มเลือดอาจไปอุดกั้นหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

 

อาการเจ็บหน้าอกแบบไหนที่ควรระวัง?

อาการที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจขาดเลือดอาจมีลักษณะแตกต่างกันไป แต่สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่

  • แน่น อึดอัด บีบรัด หรือจุกบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะบริเวณกลางอก
  • อาการอาจลามไปยังไหล่ แขน คอ กราม หรือหลัง
  • มักเกิดขณะออกแรง ออกกำลังกาย มีความเครียด สูบบุหรี่ หรือหลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่
  • อาจมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หรือหน้ามืดร่วมด้วย

หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกเป็นๆ หายๆ และเกิดซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อออกแรงหรือทำกิจกรรมต่างๆ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

สัญญาณฉุกเฉินเสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย

หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงและไม่ทุเลาแม้หยุดพัก ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยอาจมีอาการร่วม เช่น

  • อ่อนเพลียผิดปกติ ใจสั่น หน้ามืด คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • เหงื่อออกมาก ตัวเย็น หายใจลำบาก หรือหอบเหนื่อย
  • เป็นลมหรือหมดสติ
  • อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกอาจร้าวไปยังแขน คอ กราม หรือหลัง

ในผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นเบาหวาน อาการอาจไม่ชัดเจนหรือไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเด่นชัด แต่อาจแสดงออกด้วยอาการเหนื่อย หอบ เหงื่อออก คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียผิดปกติแทน หากสงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะการได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

 

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรใส่ใจ

โรคหัวใจและหลอดเลือดมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งจากพฤติกรรมและภาวะสุขภาพ เช่น

  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • การสูบบุหรี่
  • ความเครียดสะสม
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ปัจจัยเหล่านี้บางอย่างสามารถป้องกันหรือควบคุมได้ การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการติดตามระดับความดันโลหิต น้ำตาล ไขมันในเลือด น้ำหนักตัว และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจ

 

ดูแลหัวใจ เริ่มต้นจากการไม่ละเลยสัญญาณเตือน

โรคหัวใจขาดเลือดอาจเริ่มต้นจากอาการที่หลายคนคิดว่าไม่รุนแรง การสังเกตความผิดปกติของร่างกายและเข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการจึงเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกัน แม้ไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีสามารถช่วยให้เราทราบถึงปัจจัยเสี่ยงและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ

อย่ารอให้หัวใจส่งสัญญาณเตือนรุนแรง ดูแลสุขภาพหัวใจตั้งแต่วันนี้ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อรู้ความเสี่ยงและวางแผนดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.