Bangpakok Hospital

หัวใจผิดปกติโดยไม่รู้ตัว… เสี่ยงเสียชีวิตขณะหลับ

6 ส.ค. 2569

โรคไหลตาย...ภัยเงียบที่คนอายุน้อยก็เสี่ยงได้ อย่ารอให้สายเกินไป หลายคนคิดว่า "โรคหัวใจ" เป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ความจริงอาจไม่ใช่อย่างที่คิด

เมื่อพูดถึงการเสียชีวิตกะทันหัน หลายคนมักเชื่อว่าเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงเท่านั้น จึงทำให้คนวัยทำงานหรือคนอายุน้อยจำนวนไม่น้อยมองข้ามการตรวจสุขภาพ เพราะคิดว่าตนเองยังแข็งแรง ไม่มีอาการผิดปกติ และไม่น่ามีความเสี่ยง แต่ในความเป็นจริง มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตกะทันหันระหว่างการนอนหลับ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "โรคไหลตาย" ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ บางรายไม่มีโรคประจำตัวที่ทราบมาก่อน และไม่เคยรู้ว่าตนเองมีความผิดปกติของหัวใจแฝงอยู่

คำว่า "โรคไหลตาย" ไม่ใช่ชื่อของโรคโดยตรง แต่เป็นคำเรียกของการเสียชีวิตกะทันหัน ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุจากความผิดปกติของระบบหัวใจ โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงที่ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้หมดสติและเสียชีวิตภายในเวลาอันสั้น สิ่งที่น่ากังวลคือ ความผิดปกติบางอย่างของหัวใจอาจไม่แสดงอาการเตือน หรือแสดงอาการเพียงเล็กน้อยจนถูกมองข้าม เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย เป็นลม หรือหมดสติเป็นครั้งคราว หลายคนคิดว่าเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด หรือการทำงานหนัก จึงไม่ได้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียด จนบางครั้งนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ด้วยเหตุนี้ การรู้จักสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตกะทันหันได้

 

โรคไหลตาย คืออะไร?

โรคไหลตาย เป็นคำที่ใช้เรียกการเสียชีวิตกะทันหันระหว่างการนอนหลับ หรือการเสียชีวิตเฉียบพลันที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจเป็นหลัก โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ซึ่งทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างเฉียบพลัน แม้ว่าจะพบได้ในทุกช่วงวัย แต่ในประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรายงานพบในผู้ชายวัยหนุ่มและวัยทำงานมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือโรคหัวใจที่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัย

 

สาเหตุหลักของโรคไหลตาย

  1. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด โดยเฉพาะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะ ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ได้ตามปกติ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้อย่างเฉียบพลัน
  2. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ
    ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ หรือกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  3. โรคหลอดเลือดหัวใจ
    การตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
  4. ความผิดปกติทางพันธุกรรมของหัวใจ
    โรคบางชนิดสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น กลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งอาจไม่แสดงอาการจนเกิดเหตุการณ์รุนแรง
 

ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ แต่หากมีปัจจัยต่อไปนี้ ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงจากแพทย์

  • มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหัน
  • เคยมีอาการใจสั่น เป็นลม หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด
  • มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง

นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดสะสม หรือไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควรได้รับการดูแลเช่นกัน

 

อาการเตือนที่ไม่ควรละเลย

แม้ผู้ป่วยบางรายจะไม่มีอาการมาก่อน แต่บางคนอาจมีสัญญาณเตือน เช่น

  • ใจสั่นผิดปกติ
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • หายใจลำบาก
  • เวียนศีรษะ
  • เป็นลมหรือหมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ

หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือเกิดขณะออกกำลังกาย ควรรีบพบแพทย์ทันที

โรคไหลตายป้องกันได้หรือไม่?

แม้ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพและตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม

1. ตรวจสุขภาพและตรวจหัวใจเป็นประจำ

การตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหัน จะช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  • อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram)
  • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)
  • การติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor)

2. ควบคุมโรคประจำตัว

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ควรรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

4. รีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

อย่ามองข้ามอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยผิดปกติ หรือเป็นลม เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย

การตรวจสุขภาพ...อาจช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิด

หลายคนเชื่อว่าหากยังไม่มีอาการ ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ แต่โรคหัวใจหลายชนิดสามารถดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการ และอาจแสดงออกครั้งแรกในรูปแบบของภาวะรุนแรง การตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยงด้านหัวใจ จึงเป็นวิธีสำคัญในการค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

โรคไหลตายไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น คนวัยทำงานหรือผู้ที่ดูแข็งแรงก็อาจมีความเสี่ยงได้ หากมีความผิดปกติของหัวใจที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว หากคุณมีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหัน เคยมีอาการใจสั่น เป็นลม หมดสติ หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ไม่ควรรอให้ร่างกายส่งสัญญาณรุนแรง เพราะการตรวจสุขภาพและตรวจหัวใจตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตกะทันหัน และทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น



Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.