ไขมันในเลือดสูง จุดเริ่มต้นของโรคหัวใจและหลอดเลือด
ไขมันในเลือดสูง...โรคเงียบที่หลายคนมองข้าม กว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินไป
"ไม่ได้อ้วน ไม่ได้ป่วย ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ" คุณกำลังคิดแบบนี้อยู่หรือเปล่า?
หลายคนละเลยการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะคิดว่ายังไม่มีอาการผิดปกติ แต่ความจริงแล้ว ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นโรคเงียบที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก และอาจสะสมจนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยไม่รู้ตัว ภาวะนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีน้ำหนักเกินเท่านั้น แต่ยังพบได้ในคนวัยทำงานหรือผู้ที่มีรูปร่างปกติ โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูง ไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและไขมันในเลือดสูง
ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจระดับไขมันในเลือด จึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงในอนาคต
ภาวะไขมันในเลือดสูง คืออะไร?
ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันบางชนิดในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ เช่น
- คอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol)
- ไขมันชนิดไม่ดี (LDL Cholesterol)
- ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)
- หรือมีไขมันชนิดดี (HDL Cholesterol) ต่ำกว่าปกติ
เมื่อปล่อยให้ระดับไขมันสูงต่อเนื่อง ไขมันจะค่อยๆ สะสมบริเวณผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบ แข็ง และแคบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญได้ไม่เพียงพอ จนนำไปสู่โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดส่วนปลาย
ทำไมจึงเรียกว่า "โรคเงียบ"
เพราะในระยะแรก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติเลย หลายคนจึงเข้าใจผิดว่า "ไม่มีอาการ = ไม่มีโรค" แต่เมื่อระดับไขมันสูงสะสมเป็นเวลานาน ร่างกายอาจเริ่มส่งสัญญาณเตือน เช่น
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายผิดปกติ
- เวียนศีรษะเรื้อรัง
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หายใจลำบาก
- เป็นตะคริวบ่อย
- เหน็บชาหรือชาปลายมือปลายเท้า
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- รู้สึกร้อนหรือหนาวผิดปกติ อุณหภูมิร่างกายแปรปรวน
แม้อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากไขมันในเลือดสูงโดยตรงเสมอไป แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด หรือภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรละเลย หากมีอาการต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?
คุณอาจมีความเสี่ยงหากมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้
- รับประทานของทอด ของมัน อาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำ
- ดื่มเครื่องดื่มหวานหรือแอลกอฮอล์บ่อย
- ไม่ออกกำลังกาย
- น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง
- สูบบุหรี่
- มีโรคเบาหวาน
- มีความดันโลหิตสูง
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือไขมันในเลือดสูง
- อายุ 35 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ชาย และผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน
หากปล่อยไว้ อาจเกิดโรคร้ายอะไรได้บ้าง?
เมื่อไขมันสะสมภายในหลอดเลือดเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้แก่
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
- หัวใจวายเฉียบพลัน
- โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
- ไขมันพอกตับ
- ตับอ่อนอักเสบ (ในผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงมาก)
ตรวจสุขภาพ...รู้ก่อน ป้องกันได้
การตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับไขมันใช้เวลาไม่นาน แต่สามารถช่วยให้แพทย์ทราบความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
โดยทั่วไปจะตรวจ
- Total Cholesterol
- LDL Cholesterol
- HDL Cholesterol
- Triglyceride
แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่วมกับ
- น้ำตาลในเลือด
- ความดันโลหิต
- การทำงานของตับและไต
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ
เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
วิธีลดไขมันในเลือดอย่างยั่งยืน
แม้ตรวจพบว่าไขมันในเลือดสูง ก็ยังสามารถควบคุมได้ หากเริ่มดูแลตัวเองอย่างจริงจัง
- ลดอาหารทอด อาหารมัน และไขมันอิ่มตัว
- เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืช
- รับประทานปลาและโปรตีนไขมันต่ำ
- ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
- งดสูบบุหรี่
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
- หากแพทย์สั่งยา ควรรับประทานอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยาเอง
อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณจนสายเกินไป
ภาวะไขมันในเลือดสูงอาจไม่แสดงอาการในวันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคจะไม่ดำเนินต่อไป การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
หากคุณมีปัจจัยเสี่ยง หรือเริ่มมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ตะคริวบ่อย เหน็บชา เหงื่อออกผิดปกติ หรือรู้สึกว่าอุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงบ่อย อย่าปล่อยให้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด และช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาวได้