โรคมือ เท้า ปาก ระบาดง่าย เด็กกลุ่มไหนต้องระวัง?
ในช่วงที่เปิดเทอม และมีฝนตกในบางวันแบบนี้ หนึ่งในโรคที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “โรคมือ เท้า ปาก” เพราะเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก และสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกันหลายคน เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก หรือสนามเด็กเล่น แม้โรคนี้มักเริ่มจากอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้เด็กรับประทานอาหารไม่ได้ ร่างกายอ่อนเพลีย หรือในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ดังนั้นการรู้ว่า “เด็กกลุ่มไหนเสี่ยงมากกว่าคนอื่น” จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันและดูแลลูกได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
โรคมือ เท้า ปาก คืออะไร?
โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot Mouth Disease) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โดยเฉพาะ Coxsackievirus และ Enterovirus 71 ซึ่งเป็นเชื้อที่ติดต่อได้ง่ายมากในเด็กเล็ก เชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ รวมถึงการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน เช่น ของเล่น แก้วน้ำ ช้อน หรือโต๊ะเรียน โดยเชื้อสามารถติดอยู่บนพื้นผิวต่างๆ ได้หลายชั่วโมง ทำให้เด็กมีโอกาสรับเชื้อได้ง่ายกว่าที่คิด
- เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เด็กวัยนี้ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย อีกทั้งยังไม่สามารถดูแลสุขอนามัยของตัวเองได้ดีพอ เช่น ล้างมือไม่สะอาด หรือชอบใช้มือสัมผัสใบหน้า
นอกจากนี้ เด็กเล็กยังมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่าเด็กโต จึงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- เด็กที่อยู่รวมกับเพื่อนหลายคน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก หรือสนามเด็กเล่น ล้วนเป็นสถานที่ที่เชื้อสามารถแพร่กระจายได้ง่าย เพราะเด็กมักทำกิจกรรมร่วมกัน เล่นของเล่นร่วมกัน และอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา
หากมีเด็กเพียง 1 คนติดเชื้อ ก็อาจแพร่กระจายไปยังเด็กคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในห้องเรียนที่มีการสัมผัสสิ่งของร่วมกันบ่อยๆ
- เด็กที่ชอบหยิบของเข้าปาก เด็กวัยเล็กมักเรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านการสัมผัสและการนำของเข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ดินสอ ผ้า หรือแม้แต่มือของตัวเอง
พฤติกรรมเหล่านี้เพิ่มโอกาสที่เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายโดยตรง หากของเล่นหรือสิ่งของนั้นมีการปนเปื้อนเชื้ออยู่
- เด็กที่ล้างมือไม่สม่ำเสมอ การล้างมือถือเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันโรคติดต่อ แต่เด็กหลายคนอาจยังล้างมือไม่ถูกวิธี หรือลืมล้างมือก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หรือหลังเล่นของเล่น
เมื่อมือสัมผัสเชื้อโรคแล้วนำเข้าปากหรือขยี้ตา ก็อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
อาการของโรคมือ เท้า ปาก ที่ควรสังเกต
อาการมักเริ่มภายใน 3–7 วันหลังได้รับเชื้อ โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
- มีไข้
- เจ็บคอ
- รับประทานอาหารได้น้อย
- น้ำลายไหลมากผิดปกติ
- มีแผลในปาก
- มีผื่นหรือตุ่มน้ำใสที่มือ
- มีผื่นบริเวณฝ่าเท้า
- บางรายมีผื่นบริเวณก้นหรือขา
เด็กบางคนอาจมีอาการงอแง ไม่เล่น หรือซึมจากอาการเจ็บปากและไข้สูง
อาการแบบไหน ควรรีบพบแพทย์?
แม้โรคมือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
- ไข้สูงต่อเนื่อง
- ซึมผิดปกติ
- ดื่มน้ำไม่ได้
- อาเจียนมาก
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อย
- ชัก หรือเกร็ง
เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัสบางสายพันธุ์
วิธีป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กเล็ก
แม้ยังไม่มีวิธีป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีเหล่านี้
- ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ
- ทำความสะอาดของเล่นและของใช้เด็ก
- ไม่ใช้ของร่วมกัน
- หากลูกป่วย ควรหยุดเรียน
- ให้เด็กพักผ่อนเพียงพอ
- รับประทานอาหารครบ 5 หมู่
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างเหมาะสม
เพราะการป้องกัน สำคัญกว่าการรักษา โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนและเปิดเทอม แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการได้เร็ว ดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ก็สามารถช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและการแพร่ระบาดได้มากขึ้น ดูแลสุขภาพลูกน้อยตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ทุกวันของการเรียนรู้ เป็นวันที่แข็งแรงและปลอดภัย