Bangpakok Hospital

เชื้อไวรัสอีโบลาคืออะไร? ทำไมหลายประเทศเริ่มเฝ้าระวัง

18 พ.ค. 2569

ทำความรู้จัก “อีโบลา” โรคติดเชื้อรุนแรงที่ทั่วโลกยังเฝ้าระวัง

ในช่วงที่ผ่านมา หลายประเทศกลับมาเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง “โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา” หลังมีรายงานการระบาดในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกา รวมถึงการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดอย่างเข้มงวด เนื่องจากโรคนี้เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรงสูง และสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตได้ แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการระบาดภายในประเทศ แต่โรคอีโบลายังคงเป็นโรคที่ทั่วโลกจับตาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่การเดินทางระหว่างประเทศสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว


อีโบลา คืออะไร?
อีโบลา (Ebola Virus Disease หรือ EVD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสรุนแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Filoviridae ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่มักทำให้เกิดอาการรุนแรงในมนุษย์ คือ Zaire ebola virus เชื่อกันว่าแหล่งรังโรคตามธรรมชาติของเชื้อชนิดนี้ คือ “ค้างคาวกินผลไม้” และเชื้อสามารถแพร่ไปยังสัตว์ป่าบางชนิด ก่อนติดต่อมาสู่มนุษย์ได้

อีโบลาติดต่อได้อย่างไร?

โรคอีโบลาไม่ได้แพร่กระจายผ่านอากาศเหมือนไข้หวัดหรือโควิด-19 แต่จะติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น

  • เลือด
  • น้ำลาย
  • เหงื่อ
  • อาเจียน
  • ปัสสาวะ
  • อุจจาระ

รวมถึงการสัมผัสเสื้อผ้า เครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ

นอกจากนี้ การสัมผัสร่างผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาโดยตรง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในชุมชน

อาการของโรคอีโบลา
หลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยอาจใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2–21 วัน โดยช่วงแรกมักมีอาการคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนอาจไม่ทันสังเกต

อาการระยะแรก ได้แก่

  • ไข้สูงเฉียบพลัน
  • อ่อนเพลียมาก
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • เจ็บคอ

เมื่ออาการรุนแรงขึ้น อาจพบ

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • ผื่นตามร่างกาย
  • การทำงานของตับและไตผิดปกติ

ในบางรายอาจเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่อาจนำไปสู่อวัยวะล้มเหลวได้

 

โรคอีโบลารักษาได้หรือไม่?
ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่สามารถรักษาอีโบลาให้หายขาดได้โดยตรง การรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการดูแลตามอาการ เช่น

  • การให้สารน้ำและเกลือแร่
  • การให้ออกซิเจน
  • การควบคุมความดันโลหิต
  • การดูแลภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและใกล้ชิด ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันอีโบลาบางชนิด เพื่อนำมาใช้ควบคุมการระบาดในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

วิธีป้องกันโรคอีโบลา
แม้ประเทศไทยยังไม่มีการระบาด แต่การรู้วิธีป้องกันก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยง

วิธีลดความเสี่ยงเบื้องต้น ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด
  • ไม่สัมผัสสัตว์ป่าหรือสัตว์ป่วย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

แม้อีโบลาจะเป็นโรคที่พบการระบาดหลักในต่างประเทศ แต่การติดตามข่าวสารและดูแลสุขอนามัยอยู่เสมอ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับตนเองและคนรอบข้าง



Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.