Bangpakok Hospital

เช็กด่วน คุณกำลังเป็น Office Syndrome ระยะไหนอยู่?

2 เม.ย. 2569

ในยุคที่การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวออฟฟิศ หลายคนใช้เวลา “นั่งทำงาน” มากกว่า 6–8 ชั่วโมงต่อวัน โดยแทบไม่ได้ขยับร่างกายหรือเปลี่ยนอิริยาบถ พฤติกรรมเล็กๆ อย่างการนั่งหลังค่อม ก้มหน้าจอมือถือ หรือการจ้องหน้าจอนานๆ อาจดูเหมือนไม่มีผลอะไรในระยะสั้น แต่ในความเป็นจริง…สิ่งเหล่านี้กำลัง “สะสมความเสี่ยง” โดยที่คุณไม่รู้ตัว อาการปวดเมื่อยเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน หลายคนเลือกที่จะมองข้าม เพราะคิดว่า “เดี๋ยวพักก็หาย” แต่รู้หรือไม่ว่า นั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ Office Syndrome ที่หากปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนกลายเป็นอาการเรื้อรัง และกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้

ลองมาเช็กกันว่า ตอนนี้ร่างกายของคุณกำลังอยู่ใน “ระยะไหน” แล้วบ้าง 


ระยะเริ่มต้น (Early Stage)

มีอาการเมื่อยล้าขณะทำงาน แต่ดีขึ้นหลังได้พัก

ลักษณะอาการ

  • รู้สึกตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ หรือหลัง ระหว่างทำงาน
  • มีอาการเมื่อยล้าเมื่อนั่งนาน
  • อาการดีขึ้นหรือหายไปเมื่อได้พัก หรือเปลี่ยนอิริยาบถ

สิ่งที่ควรรู้

แม้อาการจะยังไม่รุนแรง แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของร่างกาย หากยังคงพฤติกรรมเดิม อาการอาจค่อยๆ สะสมและพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น

คำแนะนำ

  • ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30–60 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อระหว่างวัน
  • ปรับท่านั่งให้เหมาะสม เช่น หลังตรง หน้าจออยู่ระดับสายตา 

ระยะเรื้อรัง (Chronic Stage)

อาการปวดเริ่มเป็นต่อเนื่อง แม้พักก็ไม่ดีขึ้น และเริ่มกระทบการนอน

ลักษณะอาการ

  • ปวดคอ บ่า ไหล่ หรือหลังบ่อยขึ้นและนานขึ้น
  • อาการไม่หายแม้ได้พัก
  • เริ่มมีอาการปวดแม้ไม่ได้ทำงาน
  • มีปัญหาการนอน เช่น หลับไม่สนิท หรือปวดรบกวนตอนกลางคืน

สิ่งที่ควรรู้

ระยะนี้แสดงถึงการสะสมของความผิดปกติในกล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกาย หากไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่การกดทับเส้นประสาท

คำแนะนำ

  • ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
  • ทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวดและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
  • ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์

ระยะรุนแรง (Severe Stage)

อาการปวดร้าวลงแขน ร่วมกับปลายนิ้วมีอาการชา

ลักษณะอาการ

  • ปวดร้าวจากคอหรือไหล่ลามลงแขน
  • มีอาการชาที่ปลายนิ้ว หรือมืออ่อนแรง
  • หยิบจับสิ่งของได้ไม่ถนัด
  • อาการส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ควรรู้

อาการในระยะนี้อาจเกี่ยวข้องกับการกดทับเส้นประสาท เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือเคลื่อน จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

คำแนะนำ

  • ควรพบแพทย์โดยเร็ว
  • อาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ หรือ MRI
  • หลีกเลี่ยงการใช้งานร่างกายหนักหรือท่าที่กระตุ้นอาการ

Office Syndrome เป็นปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมสะสมในชีวิตประจำวัน แม้อาการเริ่มต้นจะดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้อาจพัฒนาไปสู่ระยะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน การสังเกตอาการของตนเองตั้งแต่ระยะแรก และปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้


 
Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.