Bangpakok Hospital

เนื้องอกมดลูกเรื่อง เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงหลายคนไม่รู้

23 มี.ค. 2569

เนื้องอกมดลูก เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงหลายคนไม่รู้

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพภายนอก เช่น การออกกำลังกาย การดูแลผิวพรรณ หรือการควบคุมน้ำหนัก แต่กลับละเลยการดูแล สุขภาพภายในของผู้หญิง โดยเฉพาะระบบสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ควรได้รับการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ หลายครั้งที่อาการผิดปกติเล็กๆ เช่น ประจำเดือนมามากผิดปกติ ปวดท้องน้อยบ่อย มีเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือท้องน้อยโตขึ้น อาจถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องธรรมดาของร่างกาย ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “เนื้องอกมดลูก” ได้

เนื้องอกมดลูกเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะช่วงอายุประมาณ 30–50 ปี แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจวินิจฉัยหรือรักษา อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การมีบุตร หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ สิ่งสำคัญคือ ผู้หญิงควรใส่ใจความผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับ การตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์มดลูก เมื่อมีอาการผิดปกติ เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หนึ่งในเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนยังไม่รู้คือ เนื้องอกมดลูกมีหลายตำแหน่ง และแต่ละตำแหน่งอาจทำให้เกิดอาการที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดหลักๆ ดังนี้

1. เนื้องอกในโพรงมดลูก (Submucosal Myoma)

เนื้องอกชนิดนี้เกิดขึ้น บริเวณเยื่อบุด้านในของโพรงมดลูก และยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีผลต่อการมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์ค่อนข้างมาก

แม้เนื้องอกชนิดนี้อาจมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เนื่องจากอยู่ภายในโพรงมดลูก จึงมักทำให้เกิดอาการชัดเจน เช่น

อาการที่พบบ่อย

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • ประจำเดือนมานานกว่าปกติ
  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
  • ปวดท้องน้อยขณะมีประจำเดือนมากกว่าปกติ
  • ภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมาก
  • มีปัญหาเรื่องภาวะมีบุตรยาก

เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้อยู่ภายในโพรงมดลูก จึงอาจรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน ทำให้ ตั้งครรภ์ยากหรือแท้งง่าย ในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อนำเนื้องอกออก

 

2. เนื้องอกที่ผิวนอกของผนังมดลูก (Subserosal Myoma)

เนื้องอกชนิดนี้เกิดขึ้น บริเวณผิวด้านนอกของมดลูก และยื่นออกไปด้านนอกของอวัยวะมดลูก โดยทั่วไปเนื้องอกชนิดนี้มักไม่ส่งผลต่อการมีประจำเดือนมากนัก แต่หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ อาจไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ หรือลำไส้

อาการที่อาจพบ

  • ท้องน้อยโตหรือคลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย
  • ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย
  • ปัสสาวะบ่อย จากการกดทับกระเพาะปัสสาวะ
  • ท้องผูก หากกดทับลำไส้
  • รู้สึกแน่นหรืออึดอัดในช่องท้อง

เนื้องอกชนิดนี้บางครั้งอาจโตโดยไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงมาพบแพทย์เมื่อก้อนมีขนาดใหญ่แล้ว ดังนั้นการตรวจสุขภาพภายในหรืออัลตราซาวด์จึงมีความสำคัญในการช่วยตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก

 

3. เนื้องอกในกล้ามเนื้อของมดลูก (Intramural Myoma)

เป็นชนิดที่พบได้ บ่อยที่สุด โดยเนื้องอกจะเกิดอยู่ ภายในชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูก เมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้นหรือมดลูกมีขนาดโตขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้

อาการที่พบบ่อย

  • ประจำเดือนมามากหรือมานานกว่าปกติ
  • ปวดท้องน้อยหรือปวดประจำเดือนมากขึ้น
  • รู้สึกแน่นหรือหนักบริเวณท้องน้อย
  • ท้องน้อยโตขึ้น
  • อาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ในบางราย

เนื้องอกชนิดนี้อาจมีขนาดตั้งแต่เล็กมากจนถึงขนาดใหญ่หลายเซนติเมตร หากมีหลายก้อนหรือก้อนมีขนาดใหญ่ อาจทำให้มดลูกขยายใหญ่คล้ายกับคนตั้งครรภ์ได้

 

ใครมีความเสี่ยงเป็นเนื้องอกมดลูก

แม้สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเนื้องอกมดลูกยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น

  • ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุประมาณ 30–50 ปี
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูก
  • ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • ไม่เคยตั้งครรภ์

 

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ผู้หญิงควรเข้ารับการตรวจภายในหรือพบแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • ประจำเดือนมานานเกิน 7 วัน
  • มีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน
  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
  • คลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย
  • ปัสสาวะบ่อยหรือแน่นท้องผิดปกติ

แนวทางการรักษาเนื้องอกมดลูก

  1. การรักษาด้วยยา เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ประจำเดือนมามากหรือปวดประจำเดือน โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยาปรับฮอร์โมนหรือยาควบคุมอาการ เพื่อช่วยลดปริมาณเลือดประจำเดือนและบรรเทาอาการปวด อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่สามารถทำให้ก้อนเนื้องอกหายไปหรือมีขนาดเล็กลงได้ จึงเหมาะสำหรับการควบคุมอาการในระยะหนึ่ง

 

  1. การรักษาด้วยการผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีก้อนขนาดใหญ่ มีอาการรุนแรง หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิต ปัจจุบันนิยมใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีแผลขนาดเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวได้รวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถรักษาได้ตรงจุด เช่น การตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกออก หรือในบางกรณีอาจต้องพิจารณาผ่าตัดมดลูกตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

ทั้งนี้ การเลือกวิธีรักษาควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ โดยพิจารณาจากขนาดของก้อน อาการ อายุ และความต้องการมีบุตรของผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.