Bangpakok Hospital

รู้ทันต้อเนื้อ ปกป้องการมองเห็นก่อนสายเกินไป

2 มี.ค. 2569

ในแต่ละวัน ดวงตาของเราต้องทำงานอย่างหนัก ตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน ไม่ว่าจะเป็นการมองจอมือถือ คอมพิวเตอร์ ขับรถ ฝ่าฝุ่นควัน หรือเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน หลายคนจึงคุ้นชินกับอาการแสบตา ตาแดง หรือระคายเคือง โดยมักมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและปล่อยผ่านไป แต่รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพตาที่สะสมทีละน้อย และหนึ่งในนั้นคือ “ต้อเนื้อ” ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

รู้ทัน “ต้อเนื้อ” ลดความเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น

ต้อเนื้อ (Pterygium) คือ ภาวะที่เยื่อบุตาขาวเกิดการเจริญเติบโตผิดปกติ จนกลายเป็นแผ่นเนื้อรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม และมักลุกลามเข้าสู่บริเวณกระจกตา หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจบดบังแนวการมองเห็น ทำให้สายตาพร่ามัวหรือมองเห็นไม่ชัดได้ ต้อเนื้อสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน เช่น เกษตรกร คนงานก่อสร้าง คนขับรถ หรือผู้ที่สัมผัสแสงแดด ลม ฝุ่น และควันเป็นประจำ

 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของต้อเนื้อ

แม้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังต่อไปนี้

    • การได้รับแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นเวลานาน
    • การระคายเคืองดวงตาจากฝุ่น ลม ควัน หรือมลภาวะ
    • การไม่สวมแว่นกันแดดหรืออุปกรณ์ป้องกันดวงตา
    • ภาวะตาแห้งเรื้อรัง
    • พันธุกรรมในบางราย

ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้เยื่อบุตาขาวหนาตัวและเจริญผิดทิศทาง จนเกิดเป็นต้อเนื้อในที่สุด

วิธีสังเกตอาการต้อเนื้อ

อาการเริ่มต้นอาจไม่รุนแรง แต่สามารถสังเกตได้จาก

  1. มีก้อนเนื้อขึ้นบริเวณหัวตา หางตา หรือทั้งสองข้าง
  2. ก้อนเนื้อมีลักษณะเป็นฝังผืดสีขาวขุ่น หรือสีชมพูอ่อน มีเส้นเลือดฝอยกระจาย
  3. รู้สึกระคายเคืองตา แสบตา คันตา หรือเหมือนมีเศษทรายอยู่ในตา
  4. ตาแดง น้ำตาไหลบ่อย
  5. ในระยะที่รุนแรง อาจมีอาการตามัวหรือสายตาเอียงจากการดึงรั้งกระจกตา
 

ผลกระทบหากปล่อยทิ้งไว้

หากไม่รักษา ต้อเนื้ออาจลุกลามเข้าบริเวณกึ่งกลางกระจกตา ส่งผลให้

  • มองเห็นไม่ชัดหรือภาพเบี้ยว
  • เกิดสายตาเอียงถาวร
  • เสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อซ้ำซ้อน
  • คุณภาพชีวิตลดลงจากอาการระคายเคืองเรื้อรัง

การดูแลและป้องกันต้อเนื้อ

การป้องกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

  • สวมแว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV ทุกครั้งเมื่อต้องออกกลางแจ้ง
  • หลีกเลี่ยงฝุ่น ลม และควัน หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตา
  • พักสายตาเมื่อใช้สายตานาน เช่น ใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ
  • หยอดน้ำตาเทียมเพื่อลดอาการตาแห้งและการระคายเคือง
  • ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือมีอายุเกิน 40 ปี

 

แนวทางการรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค

  • ระยะเริ่มต้น แพทย์อาจให้ยาหยอดตาเพื่อลดการอักเสบและความระคายเคือง
  • ระยะที่ลุกลามหรือรบกวนการมองเห็น อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเอาต้อเนื้อออก
  • หลังผ่าตัดต้องดูแลดวงตาอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงแสงแดด ฝุ่น และการขยี้ตา

 

ต้อเนื้อเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดและสิ่งแวดล้อมที่ระคายเคืองต่อดวงตา การรู้เท่าทันอาการตั้งแต่ระยะแรก พร้อมดูแลและป้องกันอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น และช่วยให้ดวงตาแข็งแรงในระยะยาว




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.